
การใช้ยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ หรือ PrEP มีประสิทธิผลสูง แต่การรับประทานยาทุกวันอาจไม่เหมาะกับชีวิตของทุกคน Lenacapavir (เลนาคาพาเวียร์) หรือ LEN จึงเป็นอีกทางเลือก โดยฉีดใต้ผิวหนังทุก 26 สัปดาห์ หรือประมาณทุก 6 เดือน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมของ PrEP ตั้งแต่ปี 2025
LEN ทำงานอย่างไร?
Lenacapavir (LEN) เป็นยาตัวแรกในกลุ่ม capsid inhibitor ออกฤทธิ์โดยจับบริเวณรอยต่อระหว่างหน่วยโปรตีน p24 ที่ประกอบกันเป็นแคปซิดของเอชไอวี
แคปซิด (capsid) เป็นโครงสร้างโปรตีนที่ห่อหุ้มสารพันธุกรรมของไวรัส แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเปลือกหุ้มเท่านั้น ยังมีบทบาทในการขนส่งสารพันธุกรรมภายในเซลล์ การเข้าสู่นิวเคลียส และการสร้างไวรัสรุ่นใหม่ การรบกวนการทำงานของแคปซิดจึงยับยั้งวงจรชีวิตของไวรัสได้หลายขั้นตอน โดยมีเป้าหมายต่างจากยากลุ่ม reverse transcriptase inhibitors และ integrase inhibitors ที่ใช้กันแพร่หลาย
LEN ออกฤทธิ์ได้ที่ความเข้มข้นต่ำมาก ถูกกำจัดออกจากร่างกายช้า และค่อย ๆ ปลดปล่อยจากบริเวณฉีดใต้ผิวหนัง จึงสามารถให้เป็นยาฉีดออกฤทธิ์นานได้ อย่างไรก็ตามLEN ไม่ใช่วัคซีน ไม่ได้กระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบวัคซีน และยังต้องได้รับยาตามกำหนดเพื่อคงประสิทธิผลในการป้องกัน
LEN ป้องกันเอชไอวีได้ดีแค่ไหน?
ประสิทธิผลของ LEN ได้รับการประเมินในการศึกษาสำคัญ (landmark trials) สองโครงการ คือ PURPOSE 1 และ PURPOSE 2 ซึ่งเป็นการศึกษาระยะที่ 3 แบบสุ่มและปกปิดสองทาง (phase 3, randomized, double-blind, active-controlled trials) โดยเปรียบเทียบ LEN กับอัตราการติดเชื้อพื้นฐานที่ประมาณไว้หากไม่ได้ใช้ PrEP และมีเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ PrEP ชนิดรับประทานทุกวันด้วย
จุดสำคัญคือ ไม่มีการสุ่มให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้รับ PrEP อัตราการติดเชื้อพื้นฐานเป็นค่าประมาณจากประชากรที่มาคัดกรอง ส่วนการเปรียบเทียบกับ PrEP ชนิดรับประทานใช้ข้อมูลจากกลุ่มที่ได้รับการสุ่มจริง
PURPOSE 1 ศึกษาในผู้หญิง อายุ 16–25 ปี ในแอฟริกาใต้และยูกันดา โดย ณ การวิเคราะห์หลัก พบการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ดังนี้:
- LEN: ไม่พบการติดเชื้อ จาก 2,134 คน
- FTC/TAF (emtricitabine + tenofovir alafenamide) ชนิดรับประทาน: 39 จาก 2,136 คน
- FTC/TDF (emtricitabine + tenofovir disoproxil fumarate) ชนิดรับประทาน: 16 จาก 1,068 คน
LEN มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าทั้งอัตราพื้นฐานที่ประมาณไว้และกลุ่ม FTC/TDF อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ “ไม่พบการติดเชื้อ” ไม่ได้หมายความว่าป้องกันได้ 100% ในทุกคนหรือทุกสถานการณ์
PURPOSE 2 ศึกษาในผู้ชายที่เพศกำเนิดเป็นชาย หญิงข้ามเพศ ชายข้ามเพศ และผู้มีความหลากหลายทางเพศใน 7 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมี HIV-NAT ภายใต้ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยที่เข้าร่วมด้วย การศึกษานี้ พบการติดเชื้อเอชไอวี 2 จาก 2,179 คนในกลุ่ม LEN เทียบกับ 9 จาก 1,086 คนในกลุ่ม FTC/TDF ในการวิเคราะห์หลัก พบว่า กลุ่ม LEN มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าทั้งอัตราพื้นฐานที่ประมาณไว้และกลุ่ม FTC/TDF อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลที่ LEN เหนือกว่า FTC/TDF ควรตีความร่วมกับความสม่ำเสมอในการใช้ยา โดยเฉพาะ PURPOSE 1 ซึ่งพบว่าผู้เข้าร่วมในกลุ่ม FTC/TDF และ FTC/TAF รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ผลนี้จึงไม่ได้พิสูจน์ว่า ตัวยา LEN ป้องกันได้ดีกว่า FTC/TDF เมื่อทุกคนใช้ยาครบถ้วนตามกำหนด เพราะ PrEP ชนิดรับประทานก็มีประสิทธิผลสูงเมื่อใช้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จุดเด่นของยาฉีดคือช่วยลดภาระการรับประทานยาทุกวัน แต่ยังต้องมารับยาฉีดตามนัดเพื่อคงการป้องกันอย่างต่อเนื่อง
ก่อนเลือกใช้ LEN ควรรู้อะไรบ้าง?
- ต้องตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มและก่อนฉีดทุกครั้ง เพราะ LEN เพียงตัวเดียวไม่ใช่สูตรรักษาสำหรับผู้ที่ติดเชื้อแล้ว และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
- การเริ่ม LEN ประกอบด้วยยาเม็ดร่วมกับการฉีดใต้ผิวหนังตามสูตรเริ่มยา หลังจากนั้นจึงรับยาฉีดทุก 26 สัปดาห์
- อาจปวด บวม แข็ง หรือคลำได้เป็นก้อนบริเวณฉีด ส่วนใหญ่อาการเล็กน้อยถึงปานกลาง ก้อนสัมพันธ์กับการสะสมและค่อย ๆ ปลดปล่อยยาเข้าสู่กระแสเลือด
- ต้องทบทวนยาที่ใช้อยู่กับทีมดูแล เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา รวมถึงแจ้งหากมีไวรัสตับอักเสบบีเพื่อวางแผนการรักษาให้ต่อเนื่อง
- หากตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาทีมดูแลก่อนใช้ แม้ข้อมูลจาก PURPOSE 1 ยังไม่พบสัญญาณความเสี่ยงด้านการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มยารับประทาน แต่ข้อมูลยังมีจำกัด โดยเฉพาะผลต่อทารกที่ได้รับยาผ่านน้ำนม จึงควรพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล และติดตามข้อมูลความปลอดภัยต่อไป
หากเลื่อนหรือหยุดฉีด ต้องวางแผน
หลังหยุดฉีดและพ้นช่วง 6 เดือนไปแล้ว ระดับ LEN จะค่อย ๆ ลดลงแต่ยังคงอยู่ในร่างกายอีกระยะหนึ่ง เรียกว่า pharmacokinetic tail ช่วงนี้ระดับยาอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันเอชไอวี และหากติดเชื้อ อาจเกิดเชื้อดื้อ LEN ได้
ดังนั้น หากต้องการเลื่อนนัดหรือหยุดฉีด ควรปรึกษาทีมดูแลล่วงหน้า เพื่อวางแผนการป้องกันอย่างเหมาะสม ผู้ที่หยุด LEN และยังมีโอกาสรับเชื้อควรเปลี่ยนไปใช้ PrEP วิธีอื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มไม่เกิน 28 สัปดาห์นับจากการฉีดครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ LEN ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและไม่ใช่ยาคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการคุมกำเนิดตามความเหมาะสมจึงยังมีบทบาทสำคัญ
LEN เป็นอีกทางเลือก ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคน ผู้ที่ใช้ PrEP วิธีเดิมได้ดีไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยา สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกยาที่ใหม่ที่สุด แต่คือวิธีที่เหมาะกับสุขภาพ วิถีชีวิต ความสะดวก และการเข้าถึงของตนเอง เพื่อให้ป้องกันเอชไอวีได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ
อ่านเพิ่มเติม
- WHO. Guidelines on lenacapavir for HIV prevention. 2025.
- Link JO, et al. Clinical targeting of HIV capsid protein with a long-acting small molecule. Nature. 2020;584:614–618.
- Bekker LG, et al. Twice-Yearly Lenacapavir or Daily F/TAF for HIV Prevention in Cisgender Women. NEJM. 2024;391:1179–1192.
- Kelley CF, et al. Twice-Yearly Lenacapavir for HIV Prevention in Men and Gender-Diverse Persons. NEJM. 2025;392:1261–1276.
- Patel RR, et al. CDC Clinical Recommendation for Injectable Lenacapavir as PrEP. MMWR. 2025;74:541–549.
- Gilead Sciences. YEZTUGO US Prescribing Information.
